WARRIX ปั้นแบรนด์เจาะตลาด Active Lifestyle ได้แบรนด์ใหม่ Fit Junctions และ Premier Football หนุนรายได้เติบโต


WARRIX ปั้นแบรนด์เจาะตลาด Active Lifestyle 

ได้แบรนด์ใหม่ Fit Junctions และ Premier Football หนุนรายได้เติบโต  


วอริกซ์ สปอร์ต ปักธงตลาด Active Lifestyle ลุยธุรกิจตอบรับเทรนด์รักสุขภาพครบวงจร พร้อมขยายบริการครอบคลุม ฟุตบอล บาสเก็ตบอล กอล์ฟ วิ่ง และธุรกิจด้านสุขภาพอื่นๆ เช่น คลินิคกายภาพบำบัด และ Performance training studio เปิดโครงสร้างรายได้ใหม่ปี 2566 เติบโตจากธุรกิจเดิม และธุรกิจใหม่หนุนรอบด้าน เผยการลงทุนใน Fit Junctions และ Premier Football ที่สิงคโปร์ เสริมยอดขายระยะยาวอีก 3 ปี มั่นใจกวาดรายได้จากทั้งสินค้าไลเซนส์และนอนไลเซนส์เติบโตควบคู่


นายวิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ WARRIX เปิดเผยว่าในปี 2566 บริษัทตั้งเป้าหมายเดินหน้าธุรกิจไปสู่การเป็นแบรนด์แห่ง Active lifestyle ที่ไม่ได้เน้นเพียงแบรนด์ของกีฬาเท่านั้น แต่จะเป็นแบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในทุกกิจกรรมของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและการออกกำลังกาย ซึ่งเทรนด์แห่งการใส่ใจสุขภาพนั้น เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาดของโควิด–19 ถือเป็นช่วงที่เทรนด์สุขภาพได้รับความสนใจอย่างมากโดยเฉพาะตลาดวิ่งที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด ดังนั้นแบรนด์ WARRIX จึงจะเข้ามารองรับความต้องการเหล่านี้ และจะขยายไปสู่กีฬาหลากหลายประเภทให้ครอบคลุม จากเดิมที่เน้นฟุตบอลจะเพิ่มประเภทกีฬาใหม่ๆ เช่น วิ่ง ที่มีตลาด ขนาดใหญ่มาก บาสเกตบอล เป็นอีกกีฬาที่ได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ กอล์ฟ กีฬาที่มีกำลังซื้อสูงสุด รวมถึงอุปกรณ์เทรนนิ่ง ฟุตแวร์ อันเดอร์แวร์ ไปจนถึงการบริการในส่วนของสุขภาพหรือ เฮลท์แคร์  โดยปัจจุบันเราเปิดตัว คลินิคกายภาพบำบัด และ Performance training studio และมีเป้าหมายจะขยายการให้บริการของแบรนด์แบบไม่อยู่นิ่ง รวมถึงการรุกงานอีเวนต์ที่จะเกิดขึ้นหลายกิจกรรมในปีนี้


สำหรับการเติบโตทางธุรกิจในขณะนี้จะเห็นว่าบริษัทยังอยู่ในเทรนด์ของการเติบโต โดยในปีนี้ WARRIX ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ที่ 20-30% ด้วยโครงสร้างรายได้จากธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น ประกอบด้วย ธุรกิจเดิมอย่างธุรกิจสปอร์ตไลเซนซิ่ง (Sport Licensing) และสินค้าทั่วไป (Non – Licensed) ในปีนี้จะขยายไปสู่ตลาดวิ่ง บาสเก็ตบอล และกอล์ฟ รวมถึงไลฟ์สไตล์มากขึ้น พร้อมทั้งขยายช่องทางขาย เปิดจุดขายในห้างโมเดิร์นเทรด เพื่อกระจายฐานลูกค้าต่างจังหวัด 


 ขณะเดียวกันจะยกระดับการขยายธุรกิจไปอีกขั้น เพื่อเป้าหมายการพาแบรนด์ไทยให้เติบโตสู่ตลาดโลก ล่าสุดบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท Premier Football ในประเทศสิงคโปร์ 


นอกจากนี้ บริษัทยังได้ลงทุนซื้อสิทธิเครื่องหมายการค้าของ “Fit Junctions” สถาบันฝึกสอนการออกกําลังกายและโภชนาการ  จะช่วยให้บริษัทได้รับสิทธิในช่องทาง Social Media อย่าง Facebook YouTube TikTok และเว็บไซต์ รวมถึงสื่อการสอนในรูปแบบ E-Book และคลิปวิดีโอ ฯลฯ ซึ่งจะช่วยเสริมธุรกิจออนไลน์ของบริษัทและความแข็งแกร่งให้ธุรกิจด้านสุขภาพของ WARRIX ในอนาคต  ทั้งนี้คาดว่ารายได้จากธุรกิจใหม่ทั้ง Fit Junctions และ Premier Football จะช่วยให้เสริมยอดขายของบริษัทในปีนี้ให้เติบโตขึ้น โดยเฉพาะรายได้ที่มาจากช่องทางออนไลน์


ปัจจุบันยอดขายของบริษัทมาจากสินค้าสปอร์ตไลเซนซิ่ง (Sport Licensing)  สัดส่วน 21% ที่เหลือ 78%  เป็นสินค้าทั่วไป (Non – Licensed) และอีก 1% มาจากเป็นธุรกิจสุขภาพ (Health) ซึ่งการรุกธุรกิจด้านอื่นควบคู่กันไปจึงจะทำให้บริษัทสร้างรายได้จากหลายหลายช่องทาง โดยบริษัทยังมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ 


“คนส่วนใหญ่จะรู้จักเราในฐานะแบรนด์ฟุตบอล หรือผู้สนับสนุนเสื้อผ้าทีมชาติ  แท้จริงแล้วเราเป็นแบรนด์กีฬา แล้วเราต้องการขยายไปสู่ Active Lifestyle  เข้าไปอยู่ในทุกช่วงจังหวะชีวิตของคน ทั้งด้านสุขภาพหรือการออกกำลังกาย พอร์ตของเราก็จะขยายมากกว่าเรื่องของฟุตบอล หากเทียบสัดส่วนคนไทยจะพบว่า  14 ล้านคน หรือ 20% เป็นแฟนฟุตบอล ประชากรกลุ่มนี้จะสร้างโอกาสการเติบโตรายได้ส่วนของไลเซนส์ แต่ประชากรนอกกลุ่มนี้ก็จะสร้างโอกาสให้กับสินค้านอนไลเซนส์ให้เติบโตควบคู่กันไป” นายวิศัลย์ กล่าว


สำหรับผลประกอบการของบริษัทในปี 2565 WARRIX มีกำไรสุทธิ 128.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113.53 ล้านบาท หรือ 752% จากงวดปี 2564  ที่มีกำไรสุทธิ 14.2 ล้านบาท  เป็นผลมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นในทุกช่องทางการขาย โดยเฉพาะสถานการณ์โควิดที่คลี่คลายและรัฐบาลมีการเปิดประเทศส่งผลให้กิจกรรมต่างๆ สามารถกลับมาจัดงานได้ตามปกติ ทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน  ประกอบกับประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนที่บริษัทพยายามปรับปรุงในช่วงที่ผ่านมา