IMH เสิร์ฟข่าวดีรับศักราชใหม่ จ่อปั้นรายได้ปี65 แตะ 1.2พันลบ.

IMH” เสิร์ฟข่าวดีรับศักราชใหม่ จ่อปั้นรายได้ปี65 แตะ 1.2พันลบ.

สบช่องนวัตกรรมทางการแพทย์ ส่งชุดตรวจโควิด "Flowflex" ATK สู้ศึก"โอมิครอน"

 

กรุงเทพฯ – บมจ. โรงพยาบาล อินเตอร์เมดิคัล แคร์ แอนด์ แล็บ หรือ IMH ส่งข่าวดีรับศักราชใหม่ จ่อนำนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยในการตรวจเชื้อกลายพันธุ์"โอมิครอน" ภายใต้ชุดตรวจโควิด "Flowflex" ATK เปิดให้บริการ เริ่มดีเดย์ตั้งแต่ม.ค.65 นี้ ทั้งตรวจและรักษาแบบครบวงจร พร้อมรอลุ้นดีลเทคโอเวอร์ธุรกิจโรงพยาบาลเพิ่ม คาดปิดดีลQ1/65 มั่นใจปี65 ปั้นรายได้รวมแตะ 1,200 ล้านบาท

            ดร.สิทธิวัตน์ กำกัดวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลอินเตอร์เมดิคัล แคร์ แอนด์ แล็บ จำกัด (มหาชน) หรือ IMH เปิดเผยว่า ทาง IMH มีความพร้อม 100% ในการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด เชื้อกลายพันธุ์ใหม่ "โคมิครอน" ทั้งการตรวจโควิด และการรักษาคนไข้โควิดแบบครบวงจร  ทั้งนี้ การระบาดในวงกว้างของ "โอมิครอน" ในรอบนี้ จะส่งผลให้คนไข้โควิด ในระบบสาธารณสุขของประเทศไทยเพิ่มขึ้น กว่า 10,000  -​ 30,000 คนต่อวัน พร้อมทั้งอาจจะก่อให้เกิดผลร้ายแรงต่อคนไข้ 7 กลุ่มโรคเสี่ยง อาทิ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคอ้วน เป็นต้น ส่งผลให้จากการประเมินของกระทรวงสาธารณสุข หากไม่มีการจัดการที่ดีอาจส่งผลให้เตียงคนไข้มีไม่เพียงพอ  

และจากประเด็นในขั้นต้น IMH จึงมีการปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในระลอกนี้ โดยล่าสุด IMH ได้เข้าเจรจากับ supplier  เพื่อนำเข้าชุดตรวจโควิดแบบใหม่ "Flowflex" ATK ซึ่งมีความ                ไว (Sensitivity) ในการตรวจจับไวรัสโควิด  6 สายพันธุ์ คือ B.1.160 (สายพันธุ์ดั้งเดิมในสหราชอาณาจักร) และสายพันธุ์น่ากังวล (VOC) ทั้ง 5 สายพันธุ์ คือ อัลฟา เบตา แกมมา เดลตา และ "โอมิครอน" ซึ่งสามารถตรวจจับ "โอมิครอน" ได้อย่างรวดเร็ว โดยจะตรวจพบ "โอมิครอน" ได้แม้เชื้อมีความเข้มข้นเพียง 270  PFU/ml (2.43 log10 PFU/ml) ซึ่งจะเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยในการตรวจเชื้อกลายพันธุ์               "โอมิครอน" ได้อย่างรวดเร็ว และ จะสามารถสกัดการแพร่ระบาดของ "โอมิครอน" ได้เป็นอย่างดี 

ทั้งนี้ ตั้งแต่ม.ค. 65 เป็นต้นไป IMH จะเริ่มเปิดให้บริการตรวจโควิดแบบใหม่ "Flowflex" ATK และออกใบรับรองผลโควิด ได้ทั้ง ลูกค้า Walk in และให้บริการตรวจนอกสถานที่ ถึง บริษัท/โรงงาน เพื่อให้ความเชื่อมั่นกับลูกค้าที่กลับเข้าทำงาน และ เพื่อการเดินทาง ซึ่งจะเป็นวิธีทำให้การดำเนินชีวิตตามปกติ ได้อย่างปลอดภัยและ เกิดมั่นใจแก่ตนเองและคนที่ติดต่อรอบข้าง

 

 

 

ขณะที่ โรงพยาบาล ประชาพัฒน์  ซึ่งเป็นบริษัทลูก มีความพร้อมที่จะรับมือกับปริมาณคนไข้                   ที่จะเข้ามารักษาโควิด ทั้งทางติดต่อโดยตรงกับทางโรงพยาบาลประชาพัฒน์ และ ผ่านการตรวจ "Flowflex" ATK โดยหน่วยบุคลากรการแพทย์ ของ โรงพยาบาล อินเตอร์เมดฯ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ​โดยที่ผ่านมา โรงพยาบาลประชาพัฒน์ มีประสบการณ์ ในการบริหารจัดการคนไข้โควิด ในปี 2564 ได้เป็นอย่างดี ตลอดจน ได้เตรียมศูนย์พักคอยเขต​ราษฎร์​บูรณะ​ฯ​ จำนวน 200 เตียงสนาม และ 9 เตียงความดันลบเพื่อเปิดรับคนไข้                   

ดร. สิทธิวัตน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับภาพรวมในปี65 ทางกลุ่ม IMH​ คาดว่ารายได้รวมจะทำนิวไฮ เกินระดับ 1,200 ล้านบาท และจะสามารถบริหารต้นทุนรวมได้ต่ำลงเมื่อเทียบกับช่วงปีที่ผ่านมา จากการ synergy ระหว่าง โรงพยาบาล อิ​นเตอร์เมดฯ​ (บริษัทแม่)​และ โรงพยาบาล​ประ​ขา​พัฒน์​ (บริษัทลูก)​ ทั้งนี้               ยังไม่รวมดีลขยายธุรกิจโรงพยาบาล ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดขึ้นใน ช่วงไตรมาส1/65 อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจา และคาดว่าจะให้ข้อสรุปในเร็วๆนี้

ด้าน บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า ที่ผ่านมา IMH ได้รับอานิสงส์ จากการตรวจและรักษาโควิด รวมถึงผลจากการควบรวมกิจการ (M&A) ส่งผลให้กำไรเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ จึงแนะนำซื้อ โดยให้ราคาเหมาะสม 19.20 บาท