KTB เตือน เศรษฐกิจนอกระบบไทย ฉุดรั้งรายได้รัฐ-สร้างความเหลื่อมล้ำ

“เศรษฐกิจนอกระบบไทยใหญ่เกือบครึ่ง!” แบงก์กรุงไทยเตือนเป็น “กับดักโครงสร้าง” กระทบรายได้รัฐ-เสถียรภาพเศรษฐกิจ


วันที่ 6 สิงหาคม 2568 — นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในงาน iBusiness Forum “Decode 2025 : The Mid-Year Signal” ว่า เศรษฐกิจนอกระบบของประเทศไทยมีขนาดใหญ่มากถึง 48% ของ GDP ถือเป็นหนึ่งในระดับสูงสุดของโลก และกำลังกลายเป็น “กับดักเชิงโครงสร้าง” ที่ฉุดรั้งศักยภาพของประเทศ


เขาเปิดเผยว่า แรงงานนอกระบบมีมากถึง 51% ของแรงงานทั้งหมด ขณะที่ผู้เสียภาษีอย่างเป็นทางการมีเพียง 11–12 ล้านคน แต่ประชาชนทั้งประเทศกว่า 68 ล้านคนต่างร้องขอสวัสดิการจากรัฐ สะท้อนปัญหาความไม่สมดุลทางการคลังและภาระงบประมาณในระยะยาว


นิติบุคคลรายเล็กจดทะเบียนเพียง 26% แสดงถึงการไม่เข้าสู่ระบบภาษีของภาคธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมาก


นอกจากนี้ งานวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชี้ว่า 34% ของครัวเรือนไทยมีหนี้นอกระบบ ด้วยภาระเฉลี่ย 91,900 บาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้หนี้รวมของภาคครัวเรือนพุ่งแตะ 104% ของรายได้ และหากรวม Gross Debt จะสูงถึง 117%


นายผยงชี้ว่า ปัญหาเหล่านี้เกิดจาก “กล้ามเนื้อเศรษฐกิจ” ของประเทศยังต้องพึ่งพากลไกนอกระบบ เนื่องจากระบบเศรษฐกิจในประเทศยังไม่สามารถเข้าถึงประชาชนส่วนใหญ่ได้ โดย ธนาคารโลก เคยเตือนว่าเศรษฐกิจนอกระบบจะนำไปสู่

 1. รายได้ต่ำ

 2. ความยากจนและความเหลื่อมล้ำ

 3. ธรรมาภิบาลอ่อนแอ

 4. ผลิตภาพต่ำ

 5. ความเปราะบางของระบบ

 6. การพัฒนาที่ยั่งยืนที่ล่าช้า


ที่น่ากังวลคือ คอร์รัปชันยังอยู่ในระดับสูง เงินทุนจำนวนมากไหลออกจากระบบเศรษฐกิจจริงไปอยู่ในสินทรัพย์อย่าง คริปโตเคอร์เรนซีและทองคำ ทำให้ไม่เกิดการหมุนเวียนภายในประเทศ และยังส่งผลต่อความผันผวนของค่าเงินบาท กระทบภาคการส่งออกในภาพรวมอีกด้วย


“ถ้าเราไม่สามารถดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบได้ ประเทศไทยจะไม่มีฐานภาษีที่มั่นคงพอสำหรับการพัฒนาในระยะยาว” — นายผยงกล่าวเตือนในช่วงท้ายของเวที