บมจ.อินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง’ ยื่นไฟลิ่งเสนอขาย IPO จำนวน 58 ล้านหุ้น

บมจ.อินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่งยื่นไฟลิ่งเสนอขาย IPO จำนวน 58 ล้านหุ้น

ระดมทุนก้าวสู่ผู้นำในการให้คำปรึกษาและแนะนำโซลูชั่น และจำหน่ายอุปกรณ์และระบบวิศวกรรม

พร้อมมุ่งขับเคลื่อนสู่ธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

บมจ. อินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง’ หรือ IROYAL’ ผู้ให้บริการให้คำปรึกษาและแนะนำโซลูชั่น และจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการทางวิศวกรรมที่มีลักษณะเฉพาะ ครอบคลุมงานติดตั้งและงานซ่อมบำรุง สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (Filing) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวนไม่เกิน 58 ล้านหุ้น เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ พร้อมแต่งตั้ง บจก. แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เตรียมระดมทุนก้าวสู่ผู้นำในการจัดจำหน่ายอุปกรณ์และระบบวิศวกรรมที่สร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าและสาธารณูปโภค ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก พร้อมมุ่งขับเคลื่อนสู่ธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

คุณภณภัทร เมฆาสุวรรณดำรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ IROYAL เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินธุรกิจให้คำปรึกษา แนะนำโซลูชั่น จำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการทางวิศวกรรมที่มีลักษณะเฉพาะ ครอบคลุมงานติดตั้งและงานซ่อมบำรุงแบบครบวงจร สำหรับเครื่องจักรในระบบการผลิตไฟฟ้า ให้แก่ โรงไฟฟ้า และโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศไทย เช่น โรงปูนซีเมนต์ โรงปิโตรเคมิคอล โรงกลั่นน้ำมัน พร้อมบริหารระบบสินค้าคงคลังสำหรับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในประเทศ สปป.ลาว ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการดำเนินงานมานานกว่า 40 ปี ทำให้กลุ่มบริษัทฯ
มีองค์ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่หลากหลาย สามารถตอบโจทย์ความต้องการจนเป็นที่ยอมรับของลูกค้าที่เป็นองค์กรชั้นนำของประเทศ ส่งผลให้บริษัทฯ มีฐานลูกค้าที่สำคัญในกลุ่มลูกค้าประเภทอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอุตสาหกรรมอื่นๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในประเทศและต่างประเทศ อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
, บมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC), บมจ. ทีพีไอ
โพลีน (
TPIPL) และ บจก. ไฟฟ้าหงสา (โรงไฟฟ้าหงสา สปป.ลาว) เป็นต้น

ปัจจุบัน กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ให้บริการจัดหาและจำหน่าย จะมุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนกระบวนการผลิตหรือการทำงานให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงช่วยลดผลกระทบหรือแก้ปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมได้ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

1. กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในระบบเผาไหม้ (Combustion System) เช่น อุปกรณ์ที่เป่าขี้เถ้าที่ผนังท่อในห้องเผาไหม้เชื้อเพลิง (Soot Blower) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า เป็นต้น
2. กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในระบบจัดการของเสียและไอเสีย (
Flue Gas Management System) เช่น อุปกรณ์ดักจับฝุ่นละอองชนิดไฟฟ้าสถิต (Electrostatic Precipitator:ESP) ซึ่งเป็นกระบวนการกรองมวลสารต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากระบบเผาไหม้ ด้วยเทคโนโลยีการจับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เพื่อลดมลพิษทางอากาศก่อนระบายออกไปสู่ภายนอก

3. กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในระบบระบายความร้อน (Heat Exchanger System) เช่น แผงระบายความร้อน (Fill Pack) ซึ่งอยู่ในระบบหอหล่อเย็นที่ทำหน้าที่ลดอุณหภูมิน้ำ และวนกลับไปใช้ในโรงงานหรือระบบต่างๆ เป็นต้น
4. กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในระบบอื่นๆ ได้แก่ ระบบประปา (
Water System) เช่น เครื่องกรองอนุภาคระดับไมครอนในน้ำดิบ (Microfiltration) ปั๊มน้ำ (Pump) วาล์ว และหัวขับลมที่ใช้ในการควบคุมวาล์ว (Valve and Pneumatic Actuator) ระบบสำรองไฟฟ้าและพลังงาน (Uninterruptible Power Supply System) เช่น เครื่องสำรองไฟ (UPS) เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) เป็นต้น

ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นให้คำปรึกษาและจัดหาผลิตภัณฑ์จากโรงงานที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีชั้นนำในกระบวนการผลิตและ
มีการควบคุมคุณภาพที่ได้มาตรฐานได้รับการยอมรับในระดับสากลจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำระดับโลก โดยนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศกว่า 10 ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของตราผลิตภัณฑ์ชั้นนำในต่างประเทศในการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในระบบต่างๆ มากกว่า 25 ตราผลิตภัณฑ์ อีกทั้ง กลุ่มบริษัทฯ ยังสามารถร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์เฉพาะทางตามความต้องการของลูกค้า (
Customized) ซึ่งมีความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์เดิมที่ลูกค้ามีอยู่ เพื่อช่วยให้การดำเนินงานของลูกค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IROYAL กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ “เป็นผู้นำในการจัดจำหน่ายอุปกรณ์และระบบวิศวกรรมที่สร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าและสาธารณูปโภค ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก โดยมุ่งขับเคลื่อนไปสู่ธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งนี้ จึงมีแผนมุ่งขยายสายผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจัดหาให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยวางแผนลงทุนและให้บริการใน 2 ธุรกิจใหม่ในอนาคต ได้แก่ 

1.) กลุ่มธุรกิจสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม (Sustainable Environmental Solutions and Services) เช่น วัตถุดิบป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพให้กับโรงกลั่นน้ำมันและการบำบัดทางเคมีเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตไฟฟ้าเพื่อลดมลภาวะที่ปล่อยออกสู่บรรยากาศ และ

2.) กลุ่มธุรกิจบริการด้านดิจิทัลในอุตสาหกรรม (Digital Services and Solutions) เช่น โรงไฟฟ้าอัจฉริยะและโซลูชั่นอุตสาหกรรม (Intelligent Power Plant and Industrial Solutions) ในอุตสาหกรรม Industrial Internet of Things หรือ IIoT รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าและอุตสาหกรรมอื่นๆ ซึ่งการขยายกิจการดังกล่าวนับเป็นการสร้างความสมดุลของธุรกิจ รวมถึงช่วยเพิ่มขีดความสามารถเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต และสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีและต่อยอดช่วยเสริม Ecosystem ทางธุรกิจของ IROYAL ให้เข้มแข็ง เพื่อมุ่งสู่ผู้นำในการจัดจำหน่ายอุปกรณ์และระบบวิศวกรรม และพร้อมขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนด้านพลังงานหมุนเวียนแบบครบวงจรในอนาคต


คุณสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า บมจ. อินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง หรือ IROYAL ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูล
การเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เพื่อออกและเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (
IPO) และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) ซึ่งปัจจุบัน IROYAL
มีทุนจดทะเบียน 115 ล้านบาท และทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 86 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 230 ล้านหุ้น โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 58 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 25.22 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้
บริษัทฯ จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกลุ่มบริษัท