ตลาดหุ้นไทยมูลค่าซื้อขายบางเบา หุ้นมีโอกาส FREE FLOAT ต่ำผันผวนมากขึ้น หุ้นเด็ดได้แก่ CPALL, SCGP และWHA

    บริษัทหลักทรัพย์เอเชียพลัสวิเคราะห์ สัญญาณของดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงของการรอเวลาปรับลดลงมีความชัดเจนขึ้นตามลำดับ ขณะที่ความกังวลจากเงินเฟ้อที่เกิดจากผลกระทบของเอลนีโญ อาจมีความรุนแรงน้อยกว่าคาด ส่วนความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ผ่อนคลายระดับหนึ่ง หลังอิสราเอล-ฮามาส บรรลุข้อตกลงหยุดยิง 4 วัน แลกกับการปล่อยตัวประกัน เห็นได้ว่าองค์ประกอบของปัจจัยแวดล้อมทางพื้นฐาน มีน้ำหนักค่อนไปทางบวก แต่อย่างไรก็ตามดูเหมือนน้ำหนักที่จะถ่ายแทนมาเป็นแรงขับเคลื่อนราคาหุ้น อยู่ในวงที่จำกัด เห็นได้จากมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง และ FUND FLOW ส่วนนักลงทุนต่างชาติยังไหลออก 


    โดยภาวะดังกล่าวทำให้เกิดภาวะผันผวนได้มากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งหุ้นที่มี FREE FLOAT ต่ำ ยังเชื่อว่าการกำหนดกลยุทธ์แบบ BUY & HOLD ยังสามารถทำงานได้ดีในภาวะปัจจุบัน เน้นหุ้นในกลุ่ม ESG ที่มี FREE FLOAT สูง และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายรัฐบาล ซึ่งเน้นไปที่ E-REFUND มูลค่าการซื้อขายที่เบาบางกว่าปกติ มีผลทำให้ SET INDEX ผันผวนได้ง่าย การทำ TRADING ระยะสั้นจึงมีความเสี่ยงสูงขึ้น BUY & HOLD น่าจะเปิดทางออก คาดการณ์วันนี้ วิ่งในกรอบ 1403-1420 จุด หุ้นเด็ดได้แก่ CPALL , SCGP และWHA


    ขณะที่ตลาดหุ้นไทยมูลค่าซื้อขายบางเบา และหุ้นมีโอกาส FREE FLOAT ต่ำผันผวนมากขึ้น โดยวานนี้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลง 9.46 จุด มาอยู่ที่ 1414 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายเบาบาง มากเพียง 3.4 หมื่นล้านบาท (ต่ำสุดเป็นอันดับ 8 ในปีนี้จากทั้งหมด 219 วันทำการ) กดดันให้เดือน พ.ย. นี้ เหลือมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยเพียง 4.4 หมื่นล้านบาทต่อวัน ต่ำค่า ค่าเฉลี่ยในปีนี้ที่ 5.2 หมื่นล้านบาทต่อวันและหุ้นส่วนใหญ่ที่กดดัน SET ลดลงวานนี้ ส่วนใหญ่เป็นหุ้น FREE FLOAT ต่ำ อาทิ DELTA, AOT, GULF, CPAXT, GPSC, IVL ทั้ง 6 บริษัท FREE FLOAT ต่ำหมด และ กดดัน SET ไปลดลงไปเกือบ 7 จุด จาก 9 จุด ส่วนหนึ่งอาจอยู่ในช่วงการปรับพอร์ต ของกองทุน ACTIVE FUND อาจมีการขายทำการไรก่อน เพื่อเตรียมรับกองทุนใหม่ที่ อิงดัชนี FREE FLOAT สูง อย่างดัชนี SET50FF และ SET100FF


    ดังนั้นกลยุทธ์ยามตลาดหุ้นมูลค่าซื้อขายเบาบาง แนะนำเอนเอียงน้ำหนักมาที่หุ้น FREE FLOAT สูง ซึ่งมักมีสภาพคล่องที่สูงกว่าหุ้น FREE FLOAT ต่ำ และยังได้แรง หนุนจากเม็ดเงินจากกองทุนใหม่ที่เกณฑ์เทียบวัด (BENCHMARK) อิงดัชนี SET50FF และ SET100FF โดยฝ่ายวิจัยฯ บล.เอเชียพลัส เลือกได้แก่ CENTEL, TISCO, AMATA, SIRI, TU, CPN, WHA, SCC, CK, STEC, BH

.

#สรุปภาวะการลงทุน #SET #StockReview #BusinessLineandLife #ข่าวการลงทุน #ข่าวหุ้น #สรุปสภาวะตลาด